Browsing by Subject "อุตสาหกรรมการส่งออก -- ไทย"
Now showing 1 - 2 of 2
Results Per Page
Sort Options
- Publicationความสามารถในการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมของประเทศไทยในตลาดญี่ปุ่นการศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเรื่องความสามารถในการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมของประเทศไทยในตลาดญี่ปุ่น ในช่วงปี พ.ศ.2554 – 2560 โดยการศึกษาสินค้าอุตสาหกรรม 13 หมวดสินค้า ได้แก่ 1. รถยนต์ปิกอัพ 2. รถยนต์นั่ง 3. ส่วนประกอบรถยนต์ 4. รถจักยานต์ยนต์ 5. ดิสก์ไดร์ฟ 6. แผงวงจรไฟฟ้า 7. อัญมณีและเครื่องประดับ 8. เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 9. ทองคำ 10. เคมีภัณฑ์ 11. เม็ดพลาสติก 12. เครื่องนุ่งห่ม 13. รองเท้า โดยมีวัตถุประสงค์ศึกษาคือ 1. วิเคราะห์ความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบของประเทศไทยในตลาดญี่ปุ่น โดยศึกษาความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบของสินค้าอุตสาหกรรม จำแนกตามรายกลุ่มสินค้า ด้วยดัชนีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ (Revealed Comparative Advantage: RCA) 2. วิเคราะห์ตามแบบจำลองส่วนแบ่งตลาดคงที่ Constant Market Shares (CMS) จะศึกษาความสามารถในการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมไทยไปตลาดญี่ปุ่น จำแนกตามรายกลุ่มสินค้า ในช่วงแรกปี 2554-2557 และ ช่วงหลังปี พ.ศ.2560 - 2563 ด้วยแบบจำลอง CMS ผลการศึกษา พบว่าผลการวิเคราะห์ความสามารถแข่งขันการส่งออกด้วยดัชนีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ (Revealed Comparative Advantage: RCA) และปัจจัยที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันการส่งออกด้วยแบบจำลองส่วนแบ่งตลาดคงที่ (Constant Market Shares : CMS) พบว่าสินค้าที่มีค่า RCA มากกว่า 1 ได้แก่ หมวดเคมีภัณฑ์ หมวดเม็ดพลาสติก หมวดยางยานพาหนะ หมวดเครื่องนุ่งห่ม หมวดรองเท้า หมวดทองคำ หมวดอัญมณีและเครื่องประดับ หมวดเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ หมวดแผงวงจรไฟฟ้า หมวดรถยนต์นั่ง หมวดส่วนประกอบรถยนต์ หมวดรถจักรยานยนต์ และมีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าการส่งออกไปญี่ปุ่นที่สูงขึ้น หลังช่วงปี 2560 – 2563
76 560 - Publicationศักยภาพการส่งออกของไทยไปยังประเทศเอเชียตะวันออก จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาถึงลักษณะการค้าระหว่างประเทศของไทยกับประเทศเอเชียตะวันออก จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และศึกษาถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงการส่งออกของไทยในแต่ละรายการสินค้าในตลาดประเทศเอเชียตะวันออก เพื่อดูว่าประเทศไทยยังมีศักยภาพในการส่งออกไปยังประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น และประเทศเกาหลีใต้หรือไม่ จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งนี้ทำการเปรียบเทียบการค้าระหว่างประเทศใน 2 ช่วงเวลาคือปี พ.ศ. 2559 (ก่อนการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19) และปี พ.ศ. 2563 (หลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19) โดยใช้ข้อมูลอนุกรมเวลารายปีของ UN Comtrade Database ผลการวิเคราะห์ข้อมูลรายการสินค้าที่ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยสูงสุด 10 อันดับแรกในแต่ละประเทศที่ศึกษา ในช่วงระหว่างปี 2559 – 2563 (HS 4 หลัก) พบว่า ลักษณะการค้าระหว่างประเทศของไทยกับประเทศเอเชียตะวันออก จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ส่วนใหญ่มีมูลค่าการส่งออกสูงขึ้น และส่วนใหญ่มีสัดส่วนการส่งออกที่เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศสมาชิกอาเซียน 4 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ นอกจากนี้ยังพบว่า มีบางรายการสินค้าที่ประเทศไทยเป็นผู้นำหลักในการส่งออกไปยังตลาดเอเชียตะวันออก นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลรายการสินค้าที่ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยสูงสุด 10 อันดับแรกในแต่ละประเทศที่ศึกษา (HS 4 หลัก) ด้วยแบบจำลองส่วนแบ่งตลาดคงที่ ทำให้ทราบว่าสินค้ารายการใดบ้างที่ไทยมีศักยภาพในการส่งออกในแต่ละประเทศของตลาดเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะรายการสินค้าส่งออกของไทยที่มีศักยภาพจากการที่การขยายตัวทางการค้าโดยรวมของโลกขยายตัวและประเทศไทยก็มีความสามารถในการแข่งขันที่จะรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ได้เป็นหลัก ผลจากการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาสินค้าและแนวทางในการพัฒนาศักยภาพการส่งออกของประเทศไทยไปยังตลาดเอเชียตะวันออก เพื่อให้สามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดของประเทศไทยในตลาดเอเชียตะวันออกได้อย่างต่อเนื่อง
149 771