logo
  • English
  • ไทย
  • Log In
    Have you forgotten your password?
logo
  • Communities & Collections
  • Research Outputs
  • Projects
  • People
  • Organizations
  • Statistics
  • English
  • ไทย
  • Log In
    Have you forgotten your password?
  1. Home
  2. Browse by Subject

Browsing by Subject "บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย"

Now showing 1 - 20 of 21
Results Per Page
Sort Options
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    การศึกษาความสัมพันธ์ของคะแนนการกำกับดูแลกิจการ ค่าตอบแทนกรรมการอิสระกับผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (กลุ่มอุตสาหกรรมหมวดอาหารและเครื่องดื่ม)
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2019)
    เมริน กล้าแท้
    การศึกษาค้นคว้าอิสระนี้ ได้ศึกษาความสัมพันธ์ของคะแนนการกำกับดูแลกิจการ ค่าตอบแทนกรรมการอิสระ กับผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (กลุ่มอุตสาหกรรมหมวดอาหารและเครื่องดื่ม) มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของคะแนนการกำกับดูแลกิจการ กับค่าตอบแทนกรรมการอิสระของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (กลุ่มอุตสาหกรรมหมวดอาหารและเครื่องดื่ม) 2) เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของคะแนนการกำกับดูแลกิจการ ค่าตอบแทนกรรมการอิสระ กับผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (กลุ่มอุตสาหกรรมหมวดอาหารและเครื่องดื่ม) โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากงบการเงินประจำปีที่เปิดเผยการจ่ายค่าตอบแทนกรรมการอิสระ ในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (56-1) ปี 2561 – 2562 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (กลุ่มอุตสาหกรรมหมวดอาหารและเครื่องดื่ม) และข้อมูลคะแนนการประเมินการกำกับดูแลกิจการจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) จำนวน 60 ตัวอย่าง โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ด้วยวิธีของเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการศึกษาพบว่า 1) คะแนนการกำกับดูแลกิจการ มีความสัมพันธ์กับค่าตอบแทนกรรมการอิสระ มีค่าเป็นบวก อยู่ในระดับต่ำอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ 2) คะแนนการกำกับดูแลกิจการ ไม่มีความสัมพันธ์กับผลการดำเนินงานทั้งอัตราส่วนผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวม (ROA) และอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ค่าตอบแทนกรรมการอิสระ มีความสัมพันธ์กับผลการดำเนินงานทั้งอัตราส่วนผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวม (ROA) และอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) มีค่าเป็นบวก อยู่ในระดับต่ำอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ การศึกษาในครั้งนี้อาจจะนำไปเป็นประโยชน์ต่อบริษัทในการปรับปรุงโครงสร้างการจ่ายค่าตอบแทนคณะกรรมการให้เหมาะสมและโปร่งใสตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และแสดงให้เห็นว่าคณะกรรมการบริษัทได้ปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ถือหุ้น ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายสามารถนำไปประกอบการพิจารณาในการปรับโครงสร้างการจ่ายค่าตอบแทนได้
      293  765
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    ความสัมพันธ์ของการวางแผนภาษีและกำไรทางบัญชีที่มีผลต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่มดัชนี SET100
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2019)
    ดวงเนตร วงศ์วิวัฒน์
    วัตถุประสงค์ในการศึกษา เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของการวางแผนภาษีและกำไรทางบัญชีที่มีผลต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่มดัชนี SET100 โดยใช้ข้อมูลจากงบการเงินของปี 2560 และปี 2561 มีบริษัทกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาจำนวน 42 บริษัท และมีตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา 84 ตัวอย่าง ตัวแปรที่ใช้ใน การศึกษาประกอบด้วย ตัวแปรต้น คือ การวางแผนภาษีซึ่งวัดจากอัตราภาษีที่แท้จริง (ETR) และการวางแผนภาษีซึ่งวัดจากอัตราส่วนภาษีต่อกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน (TAX/CFO) กำไรทางบัญชีซึ่งวัดจากอัตรากำไรต่อหุ้น ตัวแปรตาม คือ ราคาหลักทรัพย์ และตัวแปรควบคุม คือ ขนาดของกิจการ และกลุ่มอุตสาหกรรม จากการศึกษาพบว่า กำไรทางบัญชีมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันกับราคาหลักทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 หมายความว่า ถ้ากำไรทางบัญชีเพิ่มขึ้นจะส่งผลให้ราคาหลักทรัพย์เพิ่มสูงขึ้น แต่ถ้ากำไรทางบัญชีลดลงจะส่งผลให้ราคาหลักทรัพย์ลดลง การวางแผนภาษีซึ่งวัดจากอัตราภาษีที่แท้จริง (ETR) และการวางแผนภาษี ซึ่งวัดจากอัตราส่วนภาษีต่อกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน (TAX/CFO) ไม่มีความสัมพันธ์กับราคาหลักทรัพย์ และในส่วนของตัวแปรควบคุม คือ ขนาดของกิจการมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันกับราคาหลักทรัพย์ อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และกลุ่มอุตสาหกรรมไม่มีความสัมพันธ์กับราคาหลักทรัพย์
      435  5909
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    ความสัมพันธ์ระหว่างกระแสเงินสดจากผลประกอบการกับผลตอบแทนกำไร (ขาดทุน) ของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปี พ.ศ. 2553 - พ.ศ. 2562
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2020)
    ณิศดาภัทธิ์ ชะโลธร
    การศึกษาค้นคว้าอิสระเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างกระแสเงินสดจากผลประกอบการกับผลตอบแทนกำไร (ขาดทุน) ของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปี พ.ศ. 2553 - พ.ศ. 2562 นี้ ใช้ข้อมูลทุติยภูมิอันประกอบด้วย งบการเงินประจำปีและงบกระแสเงินสดรายปี ในช่วงปี พ.ศ. 2553 – พ.ศ. 2562 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) จำนวน 16 บริษัท ซึ่งมีการรายงานงบการเงินต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี โดยศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงอนุมานด้วยเครื่องมือทางเศรษฐมิติสมการถดถอยแบบพหุคูณในการทดสอบสมมติฐานหาความสัมพันธ์ดังกล่าว ผลการศึกษาพบว่ากระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน (Cash Flows of Operating Activities: CFO) มีความสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับผลกำไรจากการประกอบการ (Operating Profit) และจากการทดสอบสมมติฐานโดยการวิเคราะห์สมการถดถอยแบบพหุคูณ พบว่า การเปลี่ยนแปลงของกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน (Cash Flows of Operating Activities: CFO) และกระแสเงินสดสุทธิ (Net Cash Flow: NCF) ส่งผลต่อกำไรจากการดำเนินงานที่แท้จริง (Earning Before Interest Tax Depreciation and Amortization: EBITDA) ไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05
      478  1841
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    ความสัมพันธ์ระหว่างการกำกับดูแลกิจการกับการจัดการกำไรของบริษัทที่เสนอขายหลักทรัพย์แก่สาธารณชนเป็นครั้งแรก กรณีศึกษาบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2019)
    ปวีณา ทองมนต์
    การศึกษาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการกำกับดูแลกิจการกับการจัดการกำไรของบริษัทที่เสนอขายหลักทรัพย์แก่สาธารณชนเป็นครั้งแรก กรณีศึกษาบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ โดยตัวแปรด้านการกำกับดูแลกิจการ ประกอบไปด้วย ขนาดของคณะกรรมการ, สัดส่วนกรรมการอิสระ, การแยกระหว่างบุคคลที่ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการกับประธานเจ้าหน้าที่บริหารและสัดส่วนความเป็นเจ้าของบริษัทของคณะกรรมการและผู้บริหาร ส่วนตัวแปรการจัดการกำไร ผู้ศึกษาเลือกใช้แบบจำลอง Yoon Model ในการคำนวณหาค่ารายการคงค้างที่เกิดจากดุลยพินิจของผู้บริหาร (Discretionary Accruals) ซึ่งได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลจากงบการเงินประจำปี 2558 - 2561 มีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา จำนวน 107 บริษัท เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จำนวน 55 บริษัท และบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ จำนวน 52 บริษัท เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาและทดสอบสมมติฐาน ประกอบด้วย สถิติเชิงพรรณนา สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของสเปียร์แมน และการวิเคราะห์สมการถดถอยแบบพหุคูณ ผลการศึกษา ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่วัดการกำกับดูแลกิจการกับการจัดการกำไรโดยใช้รายการคงค้างตามดุลยพินิจของผู้บริหาร
      396  3057
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    ความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดเผยข้อมูลด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมกับผลการดำเนินงานของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากรที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2019)
    ดวงหทัย ต่อชีพ
    การศึกษานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปิดเผยข้อมูลความรับผิดชอบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากรที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดเผยข้อมูลความรับผิดชอบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมกับผลการดำเนินงานของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากรที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่มตัวอย่างในการศึกษานี้ คือ บริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากรปี 2560-2561 รวมระยะเวลา 2 ปี จำนวน 83 ตัวอย่าง ผู้ศึกษาใช้การเก็บรวบรวมข้อมูลการเปิดเผยข้อมูลด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมจากแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 56-1 และเก็บรวบรวมข้อมูลอัตราส่วนทางการเงินจากเว็ปไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้สถิติเชิงอนุมานเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระและตัวแปรตาม โดยการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์และการวเิคราะห์สมการถดถอยเชิงพหุ จากการศึกษาพบว่าการเปิดเผยข้อมูลด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมรวมไม่มีความสัมพันธ์กับอัตราส่วนความสามารถในการทำกำไร แต่พบว่าการเปิดเผยข้อมูลด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมรายด้าน มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) และอัตรากำไรสุทธิ (NPM) ในหลักการที่ 1 เรื่องการประกอบกิจการด้วยความเป็นธรรม และพบว่ามีความสัมพันธ์เชิงลบกับหลักการที่ 4 เรื่องการการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม ในขณะที่การเปิดเผยข้อมูลด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมรายด้าน พบว่ามีความสัมพันธ์เชิงลบกับอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) คือ หลักการที่ 3 เรื่องการเคารพสิทธิมนุษยชน และหลักการที่ 4 เรื่อง การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม อีกทั้งพบว่าการเปิดเผยข้อมูลด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมรายด้าน มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) ในหลักการที่ 5 เรื่องความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค และพบว่าการเปิดเผยข้อมูลด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมรายด้าน มีความสัมพันธ์เชิงลบกับอัตรากำไรสุทธิ (NPM) ในหลักการที่ 6 เรื่องการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมสำหรับตัวแปรควบคุม ขนาดของกิจการ (Size) พบว่ามีความสัมพันธ์เชิงบวกกับอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) และอัตราผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น (ROE) แต่ไม่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับอัตรากำไรสุทธิ (NPM)
      170  503
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    ความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการทำกำไรกับค่าตอบแทนผู้บริหารของธุรกิจโรงพยาบาลที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2019)
    กฤษกรณ์ ธนวงศ์วิบูลย์
    การศึกษาค้นคว้าอิสระในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการทำกำไรกับค่าตอบแทนผู้บริหารของธุรกิจโรงพยาบาลที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเก็บรวมรวมข้อมูลจากงบการเงินและรายงานประจำปี โดยใช้ข้อมูลตั้งแต่ ปี พ.ศ.2557 ถึง ปี พ.ศ.2562 โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติเชิงอนุมาน เพื่อวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สันและวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณ ผลการศึกษาพบว่าความสามารถในการทำกำไรและขนาดของกิจการมีความสัมพันธ์กับค่าตอบแทนของผู้บริหารได้อย่างมีนัยสำคัญ ถึงแม้กิจการจะเป็นธุรกิจที่ไม่ได้แสวงหาผลกำไร โดยผลการศึกษาอัตรากำไรต่อหุ้นมีความสัมพันธ์เชิงลบในทิศทางตรงกันข้ามกับค่าตอบแทนผู้บริหารอย่างมีนัยสำคัญ อัตราส่วนผลตอบแทนสินทรัพย์มีความสัมพันธ์เชิงบวกในทิศทางเดียวกันกับค่าตอบแทนผู้บริหารอย่างมีนัยสำคัญ อัตราส่วนผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้นมีความสัมพันธ์เชิงบวกในทิศทางเดียวกันกับค่าตอบแทนผู้บริหารอย่างมีนัยสำคัญ และตัวแปรควบคุมขนาดของธุรกิจ มีความสัมพันธ์เชิงบวกในทิศทางเดียวกันกับค่าตอบแทนผู้บริหารอย่างมีนัยสำคัญ
      101  478
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    ความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการทำกำไรกับอัตราผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาหลักทรัพย์ของบริษัทหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2019)
    ณธิดา มูลทองจาด
    การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการทำกำไรกับอัตราผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาหลักทรัพย์ของบริษัทหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยใช้ข้อมูลจากงบการเงินของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของบริษัทหมวดอาหารและเครื่องดื่มรายไตรมาสตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ปี 2559 ถึงไตรมาสที่ 4 ปี 2561 เป็นเวลา 12 ไตรมาส 37 บริษัท ทำให้มีจำนวนตัวอย่างที่มาใช้ในการศึกษาครั้งนี้ จำนวน 434 ตัวอย่าง และทำการวิเคราะห์ด้วยสมการถดถอยอย่างง่าย (Simple Linear Regression) จากผลการศึกษาแบบ จำลอง ความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการทำกำไรกับอัตราผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาหลักทรัพย์ พบว่า อัตราส่วนกำไรสุทธิต่อสินทรัพย์รวม (ROA) มีความสัมพันธ์กันในทิศทางเดียวกันกับอัตราผลตอบแทนส่วนต่างราคาหลักทรัพย์ ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 เพราะเมื่อกิจการมีความสามารถบริหารงานหรือใช้สินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดกำไรสูง บริษัทก็จะจ่ายเงินปันผลดี มูลค่าบริษัทสูงขึ้น ทำให้ราคาหลักทรัพย์สูงขึ้นส่วนอัตราส่วนกำไรสุทธิของส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อัตราส่วนกำไรต่อยอดขาย (NPM) และอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานต่อยอดขาย (OIM) ไม่มีความสัมพันธ์กันกับอัตราผลตอบแทนส่วนต่างราคาหลักทรัพย์ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 กล่าวคือ อัตราส่วนกำไรสุทธิของส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อัตราส่วนกำไรต่อยอดขาย (NPM) และอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานต่อยอดขาย (OIM) ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอัตราผลตอบแทนส่วนต่างราคาหลักทรัพย์ เนื่องจากการศึกษาที่ผ่านมายังพบว่า มีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาหลักทรัพย์ปรับตัวขึ้นลงเช่น ภาวะเศรษฐกิจโลก ภาวะเศรษฐกิจในประเทศ สถานการณ์การเมือง นโยบายของรัฐบาล อัตราเงินเฟ้อ การแข่งขันในอุตสาหกรรม และอีกหลายๆ ปัจจัยที่ส่งต่อผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาหลักทรัพย์
      345  1198
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    ความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนการเข้าอบรมของคณะกรรมการบริษัทในหลักสูตรของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทยกับผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกลุ่ม SET 100
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2019)
    ฟิรดาว ยะเอ๊ะ
    การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนครั้งของการเข้าอบรมของคณะกรรมการบริษัทในหลักสูตรของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ในช่วงระหว่างปี 2557 - 2561 กับผลการดำเนินงานบริษัท กลุ่มตัวอย่างเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่ม SET100 โดยรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary data) ที่รวบรวมจากแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) รายงานประจำปี (แบบ 56-2) และเว็บไซด์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยนับจำนวนครั้งการเข้าอบรมในหลักสูตร IOD ในช่วงระยะเวลา 5 ปีใช้การวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์สหสัมพันธ์และการวิเคราะห์โดยสมการถดถอยเชิงพหุพบว่า คณะกรรมการบริษัทมีจำนวนการเข้าอบรมในหลักสูตรของ IOD เฉลี่ยประมาณ 0.638 ครั้ง ในช่วงระยะเวลา 5 ปี จากการวิเคราะห์สมการถดถอยเชิงพหุ ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนการเข้าอบรมของคณะกรรมการบริษัทกับผลการดำเนินงานของบริษัท ผลดังกล่าวอาจเกิดจาก คณะกรรมการบริษัทจะต้องมีคุณสมบัติหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์การทำงานในสายธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทักษะที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงาน และทักษะอื่นๆ ที่จำเป็นที่จะสามารถทำให้ผลการดำเนินงานดีขึ้น คุณสมบัติเหล่านี้ อาจจะมีผลกับผลการดำเนินงานของกิจการมากกว่าการเข้าอบรมในหลักสูตรของ IOD
      133  358
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    ความสัมพันธ์ระหว่างประสิทธิผลการควบคุมภายในอัตราส่วนทางการเงินกับมูลค่ากิจการของบริษัทจดทะเบียนเพื่อเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2019)
    ธวัชชัย ปางชาติ
    การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประสิทธิผลการควบคุมภายในและอัตราส่วนทางการเงิน กับ มูลค่ากิจการของบริษัทจดทะเบียนเพื่อเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ซึ่งรวบรวมข้อมูลจาก สำนักงาน กลต. ที่จดทะเบียนระหว่างปี 2560-2562 และ เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ประกอบด้วย สถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบสเปียร์แมน ผลการศึกษาพบว่าอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนมีความสัมพันธ์กับราคาหุ้น IPO อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติและมีทิศทางตรงกันข้าม แสดงให้เห็นว่าในมุมมองของนักลงทุนสภาพคล่องของกิจการที่สูงหรือกระแสเงินสดที่สูงไม่นำไปลงทุนเพื่อสร้างผลกำไรแก่กิจการทำให้สภาพคล่องของกิจการมีทิศทางตรงข้ามกับราคาหุ้น IPO และอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นมีความสัมพันธ์กับราคาหุ้น IPO อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติและมีทิศทางเดียวกัน แสดงให้เห็นว่า อัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเป็นสิ่งที่นักลงทุนทั่วไปให้การยอมรับสามารถสะท้อนถึงความมั่งคั่งของกิจการได้ดีทำให้มีความสัมพันธ์กับราคาหุ้น IPO ทั้งนี้มีบริษัทที่พบข้อบกพร่องการควบคุมภายในระดับองค์กร 23 บริษัทที่ไม่มีความเสี่ยงจากทั้งหมด 41 บริษัท ในทางตรงกันข้ามใน 41 บริษัทนี้มีบริษัทที่พบข้อบกพร่องการควบคุมภายในระดับกระบวนการมีเพียง 1 บริษัทที่ไม่มีความเสี่ยง และมีบริษัทที่พบข้อบกพร่องการควบคุมภายในระดับกระบวนการระดับความเสี่ยงปานกลาง 23 บริษัท สามารถตีความได้ว่า บริษัทส่วนมากมีการกำหนดนโยบายการความคุมภายในที่ดีแต่ในขั้นตอนการดำเนินงานบริษัทส่วนมากมีความเสี่ยงระดับความเสี่ยงปานกลางควรปรับปรุงขั้นตอนการดำเนินงานเพื่อที่จะลดหรือหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น
      123  562
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยการกำกับดูแลกิจการกับผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์กลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2019)
    สุชญา ชาญณรงค์กุล
    การศึกษานี้ เป็นการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยการกำกับดูแลกิจการกับผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ กลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค ข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้จากข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) ใช้ฐานข้อมูลจาก SETSMART (SET Market Analysis and Reporting Tool) รายงานประจำปีแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) เพื่อหาสัดส่วนของคณะกรรมการอิสระต่อคณะกรรมการทั้งหมด (IND) วัดผลการดำเนินงานโดยการวัดอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Return on Equity : ROE) และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin : NPM) โดยใช้ข้อมูลไตรมาสที่ 1 พ.ศ. 2561 ถึงไตรมาสที่ 4 พ.ศ. 2562 ปิดงบการเงินรอบปีบัญชี 31 ธันวาคม และใช้ข้อมูลรายชื่อของบริษัทที่เข้าร่วมโครงการสำรวจเพื่อติดตามและวัดผลการพัฒนาการกำกับดูแลกิจการ Corporate Governance Report of Thai Listed Companies : CGR) พ.ศ. 2561 ถึง พ.ศ. 2562 เพื่อรวบรวมข้อมูลคะแนนการกำกับดูแลกิจการ (CG Score) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและตัวแปรเบื้องต้นโดยใช้ค่าเฉลี่ยของข้อมูล (Mean) ค่าสูงสุด (Maximum) ค่าต่ำสุดของข้อมูล (Minimum) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Daviation) และความแปรปรวน (Variance) เพื่อให้เห็นภาพทั่วไปของข้อมูล ในการศึกษาครั้งนี้ยังมีการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงอนุมาน ด้วยการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิส์หสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson Correlation Coefficient) และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Multiple Linear Regression) เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระและตัวแปรตามว่ามีความสัมพันธ์กันหรือไม่ จากการศึกษาพบว่าคะแนนการกำกับดูแลกิจการ (CGScore) มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับผลการดำเนินงานที่วัดด้วยอัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (Return on Equity : ROE) และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin : NPM) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 สัดส่วนคณะกรรมการอิสระในคณะกรรมการบริษัท (IND) ไม่มีความสัมพันธ์กับผลการดำเนินงานที่วัดด้วยอัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) และอัตรากำไรสุทธิ (NPM) อาจเป็นเพราะโดยส่วนใหญ่ สัดส่วนคณะกรรมการอิสระในคณะกรรมการทั้งหมด จะมีค่าประมาณใกล้เคียง 33% หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ซึ่งปฏิบัติตามกฏระเบียบเพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแต่เพียงเท่านั้น
      447  1406
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    ความสัมพันธ์ระหว่างระดับความเสี่ยงกับระยะเวลาที่ผู้สอบบัญชีใช้ในการออกรายงานผู้สอบบัญชีของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2019)
    พจนาถ ตะละศักดิ์
    การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระดับความเสี่ยงกับระยะเวลาที่ผู้สอบบัญชีใช้ในการออกรายงานผู้สอบบัญชีของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากงบการเงินประจำปี ของบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปี 2561 จำนวน 429 บริษัท จากการศึกษา พบว่า ค่า Z-Score ที่ใช้ในการประเมินระดับความเสี่ยงว่าบริษัทนั้นๆ มีโอกาสมากแค่ไหนที่จะเข้าสู่ภาวะล้มละลาย และการแสดงความเห็นของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่เปลี่ยนแปลงจากความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไข มีความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับระยะเวลาที่ผู้สอบบัญชีใช้ในการออกรายงานผู้สอบบัญชี ในขณะที่การตรวจสอบโดยสำนักงานสอบบัญชีขนาดใหญ่ (BIG 4) และขนาดของกิจการมีความสัมพันธ์เชิงลบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับระยะเวลาที่ผู้สอบบัญชีใช้ในการออกรายงานผู้สอบบัญชี
      232  1073
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    ความสัมพันธ์ระหว่างสัดส่วนการถือครองหุ้นโดยผู้ถือหุ้นรายใหญ่กับผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (MAI)
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2019)
    จินตนา วสุนธรากุล
    งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสัดส่วนการถือครองหุ้นโดยผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 อันดับแรกกับผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (MAI) โดยใช้กลุ่มตัวอย่าง ปี พ.ศ. 2561 จำนวน 579 บริษัท โดยพิจารณาตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน 3 ตัววัด คือ อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ทั้ง 2 ตัวนี้ เป็นตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของกิจการในมุมมองบัญชี ด้านความสามารถในการทำกำไร และ Tobin’s Q เป็นตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของกิจการในมุมมองตลาดทุน ได้ทำการวิเคราะห์ผลทางสถิติ โดยใช้การวิเคราะห์สมการถดถอยเชิงพหุ ไม่พบว่าสัดส่วนการถือครองหุ้นโดยผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 อันดับแรก มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับผลการดำเนินงานของกิจการ ซึ่งวัดจากอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) และ Tobin’s Q ในกลุ่มตัวอย่างรวม แต่พบความสัมพันธ์ระหว่างสัดส่วนการถือครองหุ้นโดยผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 อันดับแรกกับผลการดำเนินงานซึ่งเป็นความสัมพันธ์ในทิศทางบวกในกลุ่มตัวอย่างของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (MAI)
      457  987
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราส่วนทางการเงินกับราคาหุ้นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรณีศึกษากลุ่มอุตสาหกรรมบริการหมวดขนส่งและโลจิสติกส์
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2019)
    วรุตม์ สุทธิพุฒ
    การศึกษานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอัตราส่วนทางการเงินกับราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่มอุตสาหกรรมบริการ หมวดขนส่งและโลจิสติกส์ ซึ่งมีกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 64 ตัวอย่าง ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2558 ถึง พ.ศ. 2561 โดยใช้อัตราส่วนทางการเงิน จำนวน 4 อัตราส่วน คือ อัตราส่วนสภาพคล่อง อัตราส่วนการวัดประสิทธิภาพในการดำเนินงาน อัตราส่วนแสดงความสามารถในการทำกำไร และอัตราส่วนนโยบายทางการเงิน โดยใช้ราคาหุ้น ณ วันสิ้นปี เป็นตัวแปรตาม และวิธีการทางสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือ การวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์และการวิเคราะห์สมการถดถอยเชิงพหุคูณ ผลการศึกษาพบว่าอัตราส่วนทางการเงินที่มีความสัมพันธ์กับราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่มอุตสาหกรรมบริการหมวดขนส่งและโลจิสติกส์ คือ อัตราส่วนนโยบายทางการเงิน และ อัตราส่วนสภาพคล่อง มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับราคาหุ้นที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05
      163  617
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    ความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อยกับความสามารถในการทำกำไรและมูลค่าขององค์กรของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2019)
    ศิริพร เอี่ยมโอภาส
    งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอัตราส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) กับความสามารถในการทำกำไรและมูลค่าขององค์กรของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้คือบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 447 บริษัท และบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ 134 บริษัท รวมทั้งหมดสิ้น 581 บริษัท โดยวัดความสามารถในการทำกำไรด้วยผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (Return on Asset: ROA) ผลตอบแทนต่อส่วนของเจ้าของ (Return on Equity: ROE) และมูลค่าขององค์กรวัดด้วย Tobin’s Q ผลการศึกษาความสัมพันธ์ของค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของตัวแปรพบว่า Free Float มีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับ ผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (Return on Asset: ROA) และผลตอบแทนต่อส่วนของเจ้าของ (Return on Equity: ROE) และหากพิจารณาผลจากการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) พบว่า การกระจายตัวของการถือหุ้นโดยผู้ถือหุ้นรายย่อยมีความสัมพันธ์เชิงลบต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทซึ่งวัดจากผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (Return on Asset: ROA) แต่ไม่พบผลดังกล่าว เมื่อวัดความสามารถในการทำกำไรด้วยผลตอบแทนต่อส่วนของเจ้าของ (Return on Equity: ROE) แต่เมื่อแยกกลุ่มตัวอย่างเป็นสองกลุ่ม คือ บริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ พบความสัมพันธ์เชิงลบระหว่างการกระจายตัวของการถือหุ้น โดยผู้ถือหุ้นรายย่อยกับความสามารถในการทำกำไรของบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ส่วนบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ไม่พบความสัมพันธ์ดังกล่าว อีกทั้งยังไม่พบความสัมพันธ์ของร้อยละของการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย หรือ Free Float กับมูลค่าขององค์กรที่วัดโดย Tobin’s Q ของทั้งสองกลุ่มตัวอย่าง อาจชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อยไม่มีผลกระทบกับมูลค่าขององค์กร
      290  1956
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    คุณภาพกำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกลุ่มหุ้นยั่งยืน
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2019)
    มะลิสา พิเนตรเสถียร
    การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อวัดระดับคุณภาพกำไรจากรายการคงค้างที่เกิดจากดุลยพินิจของผู้บริหาร (Discretionary Accruals, DA) ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่มหุ้นยั่งยืนเปรียบเทียบกับบริษัทจดทะเบียนอื่น เนื่องจากปัจจุบันผู้ลงทุนระยะยาวหันมาให้ความสนใจการลงทุนแบบยั่งยืน เพราะบริษัทที่อยู่ในกลุ่มหุ้นยั่งยืนเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม มีความรับผิดชอบต่อสังคม และมีการบริหารงานตามหลักบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance หรือ ESG) การศึกษาครั้งนี้วัดคุณภาพกำไร โดยใช้รายการคงค้างที่เกิดจากดุลยพินิจของผู้บริหาร (Discretionary Accruals, DA) ตามแบบจำลอง Modified Jones กลุ่มตัวอย่างคือบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยกเว้นกลุ่มธุรกิจการเงิน และบริษัทที่ข้อมูลงบการเงินไม่ครบถ้วน จำนวนตัวอย่างทั้งหมด 416 บริษัท และใช้ข้อมูลงบการเงินปี 2561 โดยผู้วิจัยได้เลือกใช้วิธีการวิเคราะห์สมการถดถอยแบบพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ผลการวิจัย พบว่า รายการคงค้างที่เกิดจากดุลยพินิจของผู้บริหาร (Discretionary Accruals, DA) ของบริษัทที่ถูกคัดเลือกเป็นหุ้นยั่งยืน ไม่ได้มีความแตกต่างจากรายการคงค้างที่เกิดจากดุลยพินิจของผู้บริหาร (Discretionary Accruals, DA) ของบริษัทที่ไม่ได้รับคัดเลือกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
      176  1081
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    คุณภาพกําไรและเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียนในหมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภคในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2019)
    ลลิตยา ศิริพงษ์
    การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) แนวโน้มคุณภาพกำไรและเงินปันผล 2) ความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพกำไรกับเงินปันผล และ 3) ศึกษาเปรียบเทียบคุณภาพกำไรและเงินปันผลโดยจำแนกตามขนาดธุรกิจ โดยเก็บข้อมูลจากบริษัทจดทะเบียนในหมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภคในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่มตัวอย่าง คือ บริษัทในหมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค จำนวน 20 บริษัท แบ่งออกเป็น 2 ขนาดธุรกิจ คือ ธุรกิจขนาดใหญ่ จำนวน 17 บริษัท และธุรกิจขนาดกลางจำนวน 3 บริษัท ศึกษาข้อมูลจากงบการเงินรายปีในระหว่าง ปี พ.ศ. 2556 - 2561 รวม 6 ปี งานวิจัยนี้ใช้สถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสำหรับสถิติที่ใช้ทดสอบสมมติฐาน คือ การวเิคราะห์สัมประสิทธิสหสัมพันธ์ของเพียรสัน กำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และการวิเคราะห์เปรียบเทียบคุณภาพกำไรและเงินปันผลโดย จำแนกตามขนาดธุรกิจด้วย t-test กำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการศึกษาพบว่า 1) บริษัทส่วนใหญ่มีดัชนีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานแสดงค่าผันผวนซึ่งชี้ให้เห็นถึงการทำกำไรไม่สม่ำเสมอ เมื่อศึกษาปี พ.ศ. 2561 ซึ่งเป็นปีล่าสุดพบว่า บริษัทส่วนใหญ่มีดัชนีกระแสเงินสด จากการดำเนินงานแสดงค่าบวก และมีค่ามากกว่า 1 ซึ่งอยู่ระหว่าง 1.031 เท่า ถึง 7.880 เท่า แสดงว่าบริษัทสามารถก่อให้เกิดกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้ในจำนวนที่สูงพอๆ กับกำไรที่หามาได้และถือว่ากำไรมีคุณภาพ 2) บริษัทส่วนใหญ่มีอัตราเงินปันผลตอบแทนแสดงค่าผันผวน ชี้ให้เห็นถึงการจ่ายเงินปันผลไม่สม่ำเสมอ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของบริษัทได้เมื่อศึกษาปี พ.ศ. 2561 ซึ่งเป็นปีล่าสุดพบว่า อัตราเงินปันผลตอบแทนประมาณ 0.450 % ถึง 8.820 % ชี้ให้เห็นว่าถ้าอัตราส่วนนี้มีค่าสูงแสดงว่านักลงทุนจะได้รับเงินปันผลมีค่าสูง 3) คุณภาพกำไรของบริษัทจดทะเบียนในหมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค มีความสัมพันธ์กับเงินปันผลในทิศทางตรงกันข้ามอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติและพบว่า 4) บริษัทจดทะเบียนในหมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภคที่มีขนาดธุรกิจแตกต่างกันจะมีเงินปันผลแตกต่างกัน แต่คุณภาพกำไรไม่แตกต่างกัน
      327  3707
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    ค่าตอบแทนคณะกรรมการและการกำกับดูแลกิจการกับผลการดำเนินงานของบริษัทในหมวดธุรกิจสื่อและสิ่งพิมพ์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2019)
    ณัฐริกา อนุเวช
    งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างค่าตอบแทนคณะกรรมการและการกำกับดูแลกิจการกับผลการดำเนินงานของบริษัทในหมวดธุรกิจสื่อและสิ่งพิมพ์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่มตัวอย่าง คือบริษัทในหมวดธุรกิจสื่อและสิ่งพิมพ์ จำนวน 27 บริษัท จำแนกตามขนาดของบริษัท ประกอบด้วย บริษัทขนาดใหญ่ 14 บริษัท บริษัทขนาดกลาง 4 บริษัท และบริษัทขนาดเล็ก 9 บริษัท ระหว่างปี พ.ศ. 2557 - 2561 รวม 5 ปี เก็บรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิจากข้อมูลงบการเงิน แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) รายงานประจำปีของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และการประเมินการกำกับดูแลกิจการ งานวิจัยนี้ใช้สถิติเชิงพรรณนา ผลการจัดอันดับผลการดำเนินงาน ในปี พ.ศ. 2561 ซึ่งเป็นปีล่าสุด พบว่าอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวม อยู่ระหว่าง -7.06 % ถึง 20 % และผลการจัดอันดับมูลค่าทางตลาด (Tobin’s Q) มีค่าอยู่ระหว่าง 0.69 % ถึง 4.26 % และผลการศึกษาการถดถอยเชิงพหุคูณ พบว่าค่าตอบแทนคณะกรรมการบริษัทไม่มีความสัมพันธ์กับอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวม และพบว่าการประเมินการกำกับดูแลกิจการ ขนาดของบริษัทไม่มีความสัมพันธ์กับอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวม นอกจากนี้ค่าตอบแทนคณะกรรมการบริษัทไม่มีความสัมพันธ์กับมูลค่าทางตลาด (Tobin’s Q) และพบว่าการประเมินการกำกับดูแลกิจการขนาดของบริษัทไม่มีความสัมพันธ์กับมูลค่าทางตลาด (Tobin’s Q)
      223  953
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    นโยบายการจ่ายเงินปันผลและคุณภาพกำไรของบริษัทจดทะเบียนในหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2019)
    หมายฤทัย แก้วศรีนนท์
    การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษานโยบายการจ่ายเงินปันผลแนวโน้มคุณภาพกำไรและเงินปันผล และความสัมพันธ์ระหว่างนโยบายการจ่ายเงินปันผลกับคุณภาพกำไรของบริษัทจดทะเบียนในหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากงบการเงินประจำปี พ.ศ. 2558-2562 มีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาจำนวน 45 บริษัทแบ่งออกเป็น บริษัทขนาดใหญ่ 17 บริษัท บริษัทขนาดกลาง 12 บริษัท และบริษัทขนาดเล็ก 16 บริษัท การศึกษาครั้งนี้ใช้สถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของเงินปันผลกับคุณภาพกำไร ส าหรับสถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน คือการวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สันและการวเิคราะห์สมการถดถอยเชิงเส้นพหุคูณ กำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการศึกษาพบว่าอัตราเงินปันผลตอบแทนและคุณภาพกำไรมีความสัมพันธ์ในเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งความต่อเนื่องของการจ่ายเงินปันผลในระยะเวลา 5 ปีและคุณภาพกำไรไม่มีความสัมพันธ์กัน สำหรับตัวแปรควบคุมซึ่งใช้ขนาดของบริษัทพบว่าไม่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพกำไร
      168  1593
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    ปัจจัยการกำกับดูแลที่ส่งผลต่อผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI)
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2019)
    กนกวรรณ ชินสถิต
    การศึกษาค้นคว้าอิสระฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการกำกับดูแลกิจการกับผลตอบแทนหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) ในช่วงปี พ.ศ. 2561 โดยใช้กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 610 บริษัท ตัวแปรที่ใช้ได้แก่ ขนาดของคณะกรรมการ สัดส่วนกรรมการอิสระการควบรวมตำแหน่งประธานบริหารและประธานกรรมการคนเดียวกันและจำนวนครั้งการในเข้าประชุมต่อปี ตัวแปรควบคุม ได้แก่ ขนาดของบริษัท ตัวแปรตาม คือ อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) และกำไรต่อหุ้น (EPS) และใช้การวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistic) การวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน (Pearson’s Correlation Coefficient) และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ในการศึกษา จากการศึกษาความสัมพันธ์พบว่าขนาดของคณะกรรมการกับผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) มีความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญกับกำไรต่อหุ้น (EPS) ส่วนจำนวนครั้งการประชุมกับผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) มีความสัมพันธ์เชิงลบอย่างมีนัยสำคัญกับอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) และอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE)
      191  1116
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2019)
    สายธาร บุญปองหา
    การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยใช้ข้อมูลงบการเงินรายปีของบริษัทที่จดทะเบียนทั้งหมด 25 บริษัท ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558-2562 โดยใช้สมการถดถอยเชิงพหุคูณเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระ คือ สภาพคล่องซึ่งวัดโดยอัตราทุนหมุนเวียน ประสิทธิภาพในการบริหารสินทรัพย์ซึ่งวัดโดยอัตราการหมุนของสินทรัพย์รวมความเสี่ยงในการก่อหนี้ ซึ่งวัดโดยอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นและตัวแปรตาม ซึ่งตัวแปรตามวัดโดยอัตราส่วนความสามารถในการทำ ผลการศึกษา พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไร คือ สภาพคล่องของธุรกิจซึ่งวัดโดย อัตราทุนหมุนเวียนมีความสัมพันธ์กับความสามารถในการทำกำไรในทิศทางตรงกันข้าม ความเสี่ยงในการก่อหนี้ ซึ่งวัดโดยอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นมีความสัมพันธ์กับอัตรากำไรสุทธิ อัตรากำไรจากการดำเนินงานและอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวมในทิศทางตรงกันข้าม ส่วนประสิทธิภาพในการบริหารสินทรัพย์ซึ่งวัดโดยการหมุนของสินทรัพย์มีความสัมพันธ์กับมีความสัมพันธ์กับความสามารถในการทำกำไรในทิศทางเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติขนาดของธุรกิจมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันกับความสามารถในการทำกำไรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อัตราการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศไม่ส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐอเมริกากับอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
      726  1612
  • «
  • 1 (current)
  • 2
  • »
  • Cookie settings
  • Privacy policy
  • Send Feedback
University of the Thai Chamber of Commerce
Powered by DSpace-CRIS