logo
  • English
  • ไทย
  • Log In
    Have you forgotten your password?
logo
  • Communities & Collections
  • Research Outputs
  • Projects
  • People
  • Organizations
  • Statistics
  • English
  • ไทย
  • Log In
    Have you forgotten your password?
  1. Home
  2. Browse by Subject

Browsing by Subject "กลยุทธ์ทางการตลาด"

Now showing 1 - 3 of 3
Results Per Page
Sort Options
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    กลยุทธ์ธุรกิจเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในธุรกิจของ บริษัท บีจีคอนเทนเนอร์ กล๊าส จํากัด (มหาชน)
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2021)
    เชษฐพงษ์ บุณยโพธิกุล.
    ;
    ;
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาการตลาด.
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะบริหารธุรกิจ.
    การศึกษาค้นคว้างานวิจัยฉบับนี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับ กลยุทธ์ธุรกิจและกลยุทธ์การตลาด เพื่อได้เปรียบทางการแข่งขันในธุรกิจของบริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นการ วิจัยเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์ทำให้ได้มาซึ่งข้อมูลปฐมภูมิ โดยมีผู้ให้ข้อมูลทั้งหมด 9 คนซึ่งเป็น ตัวแทนของพนักงานบริษัทฯทั้งหมด นอกจากนี้ผู้วิจัยยังได้มาซึ่งข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) โดยการเก็บรวบรวมข้อมูล จากบทความ สิ่งตีพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ รวมไปถึงแหล่งข้อมูล สาธารณะที่มาจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆเช่น รายงาน 56-1 รายงานประจำปี แบบแสดงรายการ ข้อมูลประจำปี รวมถึงข้อมูลเว็บไซต์ภายในบริษัท หนังสือพิมพ์ และวารสาร บริษัทฯ เป็นต้น เมื่อนำ ข้อมูลปฐมภูมิกับข้อมูลทุติยภูมิมารวบรวมพบว่า ความเสี่ยงหลักในการดำเนินธุรกิจสามารถแบ่งเป็น 2 ส่วนได้ดังนี้ 1. ความเสี่ยงภายใน ได้แก่ ความเสี่ยงจากการพึ่งพากลุ่มลูกค้ารายใหญ่จำนวนน้อยราย ความเสี่ยงจากการลงทุนในธุรกิจใหม่ ความเสี่ยงจากการที่ไม่สามารถจัดหาวัตถุดิบในราคาและปริมาณที่เหมาะสม ความเสี่ยงจากการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ไม่สามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจ และความเสี่ยงที่ไม่สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2. ความเสี่ยงภายนอก ได้แก่ ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในการใช้บรรจุภัณฑ์ทางเลือกอื่นๆ ความเสี่ยงจากสภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ หรือเหตุการณ์อื่นใดที่นอกเหนือความควบคุม และอาจทำให้ธุรกิจของบริษัทฯ หยุดชะงักลงและความเสี่ยงจากการที่เข้าไปลงทุนในกิจการใหม่ ทั้งนี้ผู้วิจัยได้วางแนวทางในการแก้ไขปัญหา ดังนี้ 1. การสต็อกเศษแก้วไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน และเข้าไปเป็นเจ้าของบริษัทผู้ผลิตวัตถุดิบเศษแก้ว โดยการถือหุ้น 100% 2. การสร้างความแตกต่าง (Differentiation) การคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ 3. การมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำ (Cost Leadership) 4. การเจาะจงในตลาด (Focus) มุ่งเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมยา เครื่องสำอางและความงาม โดยให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีรูปแบบซับซ้อนและเจาะจงกับกลุ่มผู้บริโภคโดยเฉพาะ 5. การจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรของบริษัท 6. การจัดทำแผนพัฒนาผู้ขายวัตถุดิบที่สำคัญ 7. ลงทุนในระบบการผลิตต่างๆ เพื่อให้ครอบคลุมระบบการผลิต มุ่งสู่การผลิตแบบ Machine Intensive 8. ทำการศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องในโครงการที่จะไปลงทุนโดยละเอียด โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 9. การลงทุนเพิ่มในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกัน Total Packaging Solution ทั้งนี้การดำเนินกลยุทธ์ต่างๆ ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของปัจจัยทั้งภายในและภายนอกองค์กร และจะต้องมีการประเมินความเป็นไปได้ในการลงทุนอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน โดยพิจารณาถึงผลตอบรับที่ได้และการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาวเป็นสำคัญ
      63  430
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    การศึกษากลยุทธ์ด้านราคาที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสื่อโฆษณาดิจิทัลของผู้ซื้อสื่อโฆษณาในศูนย์การค้า ก. ในจังหวัดขอนแก่น
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2021)
    รุ่งนภา ทิพย์รัตนมงคล.
    ;
    ;
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาการตลาด.
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะบริหารธุรกิจ.
    การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษากลยุทธ์ด้านราคาที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสื่อโฆษณาดิจิทัลของผู้ซื้อสื่อโฆษณาในศูนย์การค้า ก. ในจังหวัดขอนแก่น กลุ่มตัวอย่างที่ให้ข้อมูลในรูปแบบการสัมภาษณ์ คือ กลุ่มลูกค้าที่เคยซื้อสื่อโฆษณา จำนวน 5 ราย และลูกค้าที่คาดว่ามีแนวโน้ม ที่สนใจที่จะซื้อสื่อโฆษณาดิจิทัลภายในศูนย์การค้า ก. ในจังหวัดขอนแก่น จำนวน 200 กลุ่มตัวอย่าง โดยใช้แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลด้วย ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test Independent, One-Way ANOVA, Multiple Regression Analysis รวมถึงการวิเคราะห์เชิงเนื้อหาตามผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ พบว่า มีกลยุทธ์ด้านราคา 4 กลยุทธ์หลักที่มีการใช้ ในการกำหนดราคาสื่อโฆษณาป้ายดิจิทัล ประกอบด้วย 1) กลยุทธ์ราคาแบบรวมกัน (Bundle Pricing) เป็นการตั้งราคาด้วยการนำเอาสินค้าแบบเดียวกันหรือต่างชนิดกันมากกว่า 1 มารวมขายเป็นแพคเกจ 2) กลยุทธ์ราคาให้ส่วนลด (Discount Pricing) เป็นการตั้งราคาโดยให้ความสำคัญกับ ต้นทุนและงบประมาณที่ใช้ในการซื้อสื่อ 3) กลยุทธ์ราคาล่อใจ (Loss Leader Pricing) เป็นการตั้งราคาเพื่อจูงให้ให้ผู้ซื้อสื่อสนใจ และตัดสินใจซื้อสื่อป้ายโฆษณา LED เช่น ทำสัญญา 12 เดือน รับส่วนลด 50% 4) กลยุทธ์ราคาตามการแข่งขัน (Competition-Based Pricing) ผลการวิเคราะห์เชิงปริมาณ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุระหว่าง 41 – 50 ปี มีการศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี โดยประเภทธุรกิจการดำเนินธุรกิจเป็นแบบบริษัท จำกัด มีระยะเวลาการดำเนินธุรกิจ มากกว่าหรือเท่ากับ 8 ปี ขึ้นไป ประเภทสินค้าหลักของการดำเนินธุรกิจคือ ประเภทยานยนต์ และรายได้ของธุรกิจต่อเดือนเฉลี่ย น้อยกว่า 500,000 บาท ซึ่งผู้บริโภคมีความคิดเห็นต่อกลยุทธ์ด้านราคาของสื่อโฆษณาดิจิทัลของผู้ซื้อสื่อลงโฆษณาในศูนย์การค้า ก. ในจังหวัดขอนแก่น ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีระดับความสำคัญมากที่สุด ได้แก่ กลยุทธ์การตั้งราคาล่อใจ รองลงมากลยุทธ์การตั้งราคาโดยให้ส่วนลด กลยุทธ์การตั้งราคาตามการแข่งขัน และการตั้งราคาโดยให้ส่วนลด ตามลำดับ กลยุทธ์ด้านราคาที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสื่อโฆษณาดิจิทัลของผู้ซื้อสื่อโฆษณาในศูนย์การค้า ก. ในจังหวัดขอนแก่น พบว่า กลยุทธ์ด้านราคาที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสื่อโฆษณาดิจิทัลของผู้ซื้อสื่อโฆษณาในศูนย์การค้า ก. ในจังหวัดขอนแก่น ได้แก่ กลยุทธ์การตั้งราคาล่อใจ และกลยุทธ์การตั้งราคาโดยให้ส่วนลด อย่างมีนัยสำคัญ ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ประกอบการ ควรเน้นไปยังกลยุทธ์การตั้งราคาล่อใจ (Loss Leader Pricing) โดยพิจารณาการขายสื่อโฆษณาดิจิทัล ณ ระดับราคาตามตลาด และกลยุทธ์การตั้งราคาโดยให้ส่วนลด (Discount Pricing) ซึ่งตามผลการศึกษา ลูกค้ามีความสนใจซื้อสื่อในเงื่อนไขกลยุทธ์การตั้งราคา สื่อโฆษณา A กำหนดราคาอยู่ที่ 17,000 บาทต่อเดือน รวมกับสื่อโฆษณา B กำหนดราคาอยู่ที่ 27,000 บาทต่อเดือน พร้อมส่วนลด 10% ในขณะเดียวกันลูกค้านิยมรูปแบบของสัญญารายเดือน สัญญา 3 เดือน หรือน้อยกว่า โดยมีงบประมาณในการซื้อสื่ออยู่ที่ประมาณไม่เกิน 20,000 บาทต่อ เดือน
      99  1252
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการตัดสินใจท่องเที่ยวภายในประเทศไทย กรณีศึกษานักท่องเที่ยววัยสูงอายุในจังหวัดกาฬสินธุ์
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2020)
    ขวัญชนก โสภาคะยัง
    การทำวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาให้ทราบถึงรูปแบบการท่องเที่ยวภายในประเทศของผู้สูงอายุ โดย จำแนกตามปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ ปัจจัยเศรษฐกิจ สังคม ทัศนคติและพฤติกรรมการท่องเที่ยว เพื่อศึกษาปัจจัยทางการตลาด (7Ps) ที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวของผู้สูงอายุ และเพื่อศึกษานโยบายและการสนับสนุนการส่งเสริมจากภาครัฐที่มีผลต่อการตัดสินใจท่องเที่ยวภายในประเทศของผู้สูงอายุ โดยมีกลุ่มตัวอย่าง คือ กลุ่มผู้สูงอายุในจังหวัดกาฬสินธุ์ แบ่งตามเขตพื้นที่พักอาศัยเป็นเขตในเมืองและเขตชนบท จำนวน 400 ตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือแบบสอบถามที่ผู้วิจัยได้จัดทำขึ้นมา เป็นการศึกษาข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ และค่าเฉลี่ย ในการศึกษาความสัมพันธ์ของปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจท่องเที่ยวภายในประเทศ ของผู้สูงอายุในจังหวัดกาฬสินธุ์ ด้วยเทคนิคการทดสอบไคสแคว์ (Chi - Square) โดยกำหนดระดับนัยสำคัญที่ 0.05 หรือ ร้อยละ 95 ผลการศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 ตัวอย่าง ประชากรที่ทำแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุ 60 – 65 ปี มีสถานภาพสมรส มีระดับการศึกษาอยู่ที่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี มีรายได้ต่อเดือนต่ำกว่า 20,000 บาท ส่วนใหญ่มีเงินออมไว้ใช้เมื่อยามแก่เฒ่า มีค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวในแต่ละครั้งต่ำกว่า 5,000 บาท และพักอาศัยอยู่ในเขตชนบท ส่วนใหญ่ตัดสินใจท่องเที่ยวแบบพักผ่อนรับประทานอาหาร ลักษณะการท่องเที่ยวแบบเป็นส่วนตัวและเดินทางไปกับครอบครัว พาหนะที่ใช้เดินคือ รถยนต์ส่วนตัว โดยทราบแหล่งท่องเที่ยวจากเพื่อนหรือคนรู้จัก และให้ความสำคัญกับสถานที่ท่องเที่ยวจำเป็นต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุ จากปัจจัยด้านกลยุทธ์ทางการตลาด (7Ps) พบว่าในด้านผลิตภัณฑ์ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยของสถานที่ท่องเที่ยวและที่พักมากที่สุด ในส่วนของด้านราคานั้นให้ความสำคัญกับการแสดงราคาสินค้าและบริการไว้อย่างชัดเจน ด้านช่องทางการจัดจำหน่ายให้ความสำคัญในความสามารถในการซื้อแพคเกจการท่องเที่ยวผ่านช่องทางออนไลน์ได้ง่าย ด้านกิจกรรมส่งเสริมการตลาดนั้น การมีโปรโมชั่นเกี่ยวกับสินค้าและบริการได้รับความสำคัญมากที่สุด ด้านกระบวนการส่วนที่ได้รับความสำคัญมากที่สุดคือ สถานที่มีความสะดวกสบายต่อการเดินทาง ด้านบุคลากรนั้นการที่ผู้ให้บริการมีความสุภาพ เรียบร้อย มีความสำคัญมากที่สุด และสุดท้ายคือด้านภาพลักษณ์ ผู้สูงอายุส่วนให้ความสำคัญกับความสะอาดของสถานที่พักมากที่สุด และจากการทดสอบความสัมพันธ์ด้วยเทคนิคไคสแคว์ (Chi - Square) ของปัจจัยด้านกลยุทธ์ทางการตลาด (7Ps) กับการตัดสินใจท่องเที่ยวท่องเที่ยวภายในประเทศไทย ของผู้สูงอายุ ในจังหวัดกาฬสินธุ์ และนโยบายและการสนับสนุนการส่งเสริมจากภาครัฐ พบว่า ปัจจัยด้านกลยุทธ์ทางการตลาด (7Ps) และนโยบายและการสนับสนุนการส่งเสริมจากภาครัฐ โดยรวมส่งผลต่อการตัดสินใจท่องเที่ยวภายในประเทศไทย ของกลุ่มผู้สูงอายุจังหวัดกาฬสินธุ์
      79  476
  • Cookie settings
  • Privacy policy
  • Send Feedback
University of the Thai Chamber of Commerce
Powered by DSpace-CRIS