logo
  • English
  • ไทย
  • Log In
    Have you forgotten your password?
logo
  • Communities & Collections
  • Research Outputs
  • Projects
  • People
  • Organizations
  • Statistics
  • English
  • ไทย
  • Log In
    Have you forgotten your password?
  1. Home
  2. Browse by Subject

Browsing by Subject "test"

Now showing 1 - 2 of 2
Results Per Page
Sort Options
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    ปัจจัยที่ส่งผลต่อปริมาณหนี้เสีย (NPL) ทั้งระบบภายในประเทศ
    (University of the Thai Chamber of Commerce (UTCC), 2023)
    วัศพล ภัทรรัมภา
    ;
    ;
    สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะเศรษฐศาสตร์
    การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณหนี้เสีย (NPL) ทั้งระบบ ประกอบด้วยของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ สาขาธนาคารต่างประเทศ และบริษัทเงินทุน ในประเทศไทย เพื่อให้ทราบถึงแนวทางและข้อควรระวังในการควบคุมปริมาณหนี้เสียในระดับมหภาคของประเทศไทย โดยการสร้างสมการถดถอยเชิงซ้อน (Multiple Regression) เพื่อคำนวณค่าทางสถิติ และหาความสัมพันธ์ของตัวแปร ซึ่งการศึกษาครั้งนี้ใช้ข้อมูลทุติยภูมิรายไตรมาส ตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ปี 2556 ถึง ไตรมาสที่ 4 ปี 2566 รวม 44 ไตรมาส จากการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อปริมาณหนี้เสีย (NPL) ทั้งระบบภายในประเทศ ประกอบด้วย การเปลี่ยนแปลงของปริมาณหนี้เสียไตรมาสก่อนหน้า (NPLt-1) มีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับปริมาณหนี้เสีย (NPL) ทั้งระบบภายในประเทศ อย่างมีนัยสำคัญที่ 0.01 ดัชนีความเชื่อมันผู้บริโภค (cci) มีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับปริมาณหนี้เสีย (NPL) ทั้งระบบภายในประเทศ อย่างมีนัยสำคัญที่ 0.01 ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน (invest) มีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับปริมาณหนี้เสีย (NPL) ทั้งระบบภายในประเทศ อย่างมีนัยสำคัญที่ 0.01 การเปลี่ยนแปลงของดัชนีมูลค่าการส่งออกใน 4 ไตรมาสก่อนหน้า (ext-4) มีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับปริมาณหนี้เสีย (NPL) ทั้งระบบภายในประเทศ อย่างมีนัยสำคัญที่ 0.10 และการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าที่แท้จริงของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศใน 2 ไตรมาสก่อนหน้า (realgdpt-2) มีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับปริมาณหนี้เสีย (NPL) ทั้งระบบภายในประเทศ ซึ่งถูกยอมรับที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 และการเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนเงินให้กู้ต่อเงินออม (ls) มีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันกับปริมาณหนี้เสีย (NPL) ทั้งระบบภายในประเทศ อย่างมีนัยสำคัญที่ 0.01 และพบว่า R-squared เท่ากับ 0.7602 หมายความว่า ตัวแปรต้นสามารถอธิบายตัวแปรตามได้ หรือปริมาณหนี้เสีย (NPL) ทั้งระบบภายในประเทศ ได้ร้อยละ 76.02
      156  1413
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    แนวทางการแก้ปัญหาการใช้บริการ Mobile Banking ของลูกค้าของธนาคารทีเอ็มบีธนชาต
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2021)
    จิณณ์ณิตา ปรีชาอภิธนวัฒน์.
    ;
    ;
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาการเงิน.
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะบริหารธุรกิจ.
    การศึกษาค้นคว้าอิสระนี้ เป็นการศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาการใช้บริการโมบายแบงก์กิ้งของลูกค้าของธนาคารทีเอ็มบีธนชาต ที่พบปัญหาในการใช้บริการโมบายแบงก์กิ้งในการทำธุรกรรม ซึ่งอาจส่งผลให้ลูกค้าเปลี่ยนไปใช้บริการกับคู่แข่งซึ่งมีอยู่มากมายทำให้จำนวนฐานลูกค้าที่ใช้บริการโมบายแบงก์กิ้ง ของธนาคารลดลง และส่งผลกระทบต่อการดำเนินการและรายได้ของธนาคารในระยะยาว วัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาการให้บริการที่สอดรับกับรูปแบบการดำเนินชีวิตและการพฤติกรรม การทำธุรกรรมทางการเงินของลูกค้าในปัจจบุันที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการใช้ดิจิทัลเป็นศูนย์กลาง และกลยุทธ์ด้านดิจิทัลแบงก์กิ้ง เพื่อให้ลูกค้าผู้ใช้บริการโมบายแบงก์กิ้ง ของธนาคารได้รับความพีงพอใจและความสะดวกสบายในการใช้บริการอย่างสูงสุด จากการศึกษากลุ่มตัวอย่าง จำนวน 400 ตัวอย่าง พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ใช้บริการโมบายแบงก์กิ้ง ด้วยเหตุผลด้านความสะดวกสบาย และความมั่นใจในระบบความปลอดภัย โดยเป็นการใช้บริการเพื่อการทำธุรกรรมบริการบัญชีเงินฝาก และการโอน เติม จ่าย ถอนเงิน ส่วนใหญ่พบปัญหาใช้งานได้แต่ใช้งานยาก และจะเลือกวิธีการจัดการปัญหาที่พบโดยการหาข้อมูลวิธีการแก้ไขในอินเตอร์เน็ต และโซเชียลมีเดียต่าง ๆ โดยกลุ่มตัวอย่างมีข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา ได้แก่ การปรับปรุงเมนูการใช้งานให้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น การปรับปรุงรูปลักษณ์และสีสันให้ทันสมัย และการลดโฆษณาข่าวสาร โปรโมชั่นในแอพพลิเคชั่น จากการศึกษา ได้สร้างแนวทางแก้ไขเป็น 4 ทางเลือก คือ 1.การปรับปรุงการทำงานของระบบ 2.การปรับปรุงสำหรับช่วงที่มีการทำธุรกรรม (traffic) มากกว่าปกติ 3.การพัฒนาเมนูการใช้งานโมบายแบงก์กิ้งให้เป็นมิตร (User-friendly) กับผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น และ 4.การพัฒนาการสื่อสารด้านการใช้งานโมบายแบงก์กิ้ง และได้พิจารณาเลือกแนวทางที่ดีที่สุด คือ แนวทางเลือกที่ 1 การปรับปรุงการทำงานของระบบ โดยปฏิบัติตามแผนการเผ้าดูระบบและนำผลจากการเฝ้าดูระบบมาปรับปรุง รวมถึงเพิ่มรายการตรวจสอบระบบ ทบทวนและปรับปรุงแผนและรายการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง แนวทางเลือกที่ 3 การพัฒนาเมนูการใช้งานโมบายแบงก์กิ้ง ให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น โดยทำการประเมินผลความพึงพอใจกับกลุ่มตัวอย่างก่อนนำออกใช้งานจริง และแนวทางเลือกที่ 4 การ พัฒนาการสื่อสารด้านการใช้งานโมบายแบงก์กิ้ง โดยทบทวนเนื้อหา วิธีการและช่องทางในการสื่อสาร เพื่อประชาสัมพันธ์ เน้นให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงและเข้าใจได้ง่าย มีการสำรวจประสิทธิภาพของการสื่อสารและความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ ตลอดจนนำข้อเสนอแนะของผู้ใช้บริการมาพิจารณาเพื่อพัฒนาการให้บริการโมบายแบงก์กิ้งของธนาคารให้ดียิ่งขึ้น
      113  371
  • Cookie settings
  • Privacy policy
  • Send Feedback
University of the Thai Chamber of Commerce
Powered by DSpace-CRIS