EN: Journal Articles
Permanent URI for this collection
Browse
Browsing EN: Journal Articles by Author "Budsaba, Kamon"
Now showing 1 - 1 of 1
Results Per Page
Sort Options
- PublicationManagement Model for Logistics Operations of Thailand's Palm Oil Industry(University of the Thai Chamber of Commerce, 2012)
; ; ; ; การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) โซ่อุปทานและโลจิสติกส์ด้านขาเข้าของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทยในปัจจุบัน 2) ผลการปฏิบัติงานด้านโลจิสติกส์ของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทยในปัจจุบัน 3) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลการปฏิบัติงานด้านโลจิสติกส์ของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย ตามกรอบแนวความคิดที่พัฒนามาจากทฤษฎีความได้เปรียบในเชิงการแข็งขันด้านโลจิสติกส์ และผลการศึกษาปัจจุบัน วิธีการศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาร่วมกันระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณ และ การวิจัยเชิงคุณภาพ การวิจัยเชิงปริมาณเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามส่งให้ผู้บริหารของโรงงานแปรรูปปาล์มน้ำมันทั้ง 4 กลุ่มโรงงานเป็นผู้ตอบ ใช้วิธีการวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุด้วยเทคนิคการวิเคราะห์ตัวแบบสมการโครงสร้าง (Structural Equation Modeling--SEM) การวิจัยเชิงคุณภาพใช้การสังเกตการณ์ปฏิบัติงานจริงขององค์กรตลอดทั้งโซ่อุปทานเพื่อศึกษากระบวนการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย โดยการวิเคราะห์สายธารคุณค่า (Value Stream Analysis--VSA) เครื่องมือคือตารางวิเคราะห์กิจกรรม (Process activity Mapping) และสัมภาษณ์ผู้ประกอบการจากโรงงานแปรรูปปาล์มน้ำมันทั้ง 4 กลุ่ม ผลการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย ผลจากการวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพบว่า การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกลยุทธ์การแข่งขันด้านโลจิสติกส์ การประสานความร่วมมือ และการจัดการโลจิสติกส์ สามารถอธิบายความแปรปรวนของผลการปฏิบัติงานด้านโลจิสติกส์ได้ ร้อยละ 30.2 (R2 = 0.302) และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ กลยุทธ์การแข่งขันด้านโลจิสติกส์ และ การประสานความร่วมมือ สามารถอธิบายความแปรปรวนของการจัดการโลจิสติกส์ได้ ร้อยละ 70.6 (R2 = 0.706) ผลการวิเคราะห์ผลการปฏิบัติงานด้านโลจิสติกส์พบว่าประสิทธิภาพด้านต้นทุนที่สูงที่สุดคือต้นทุนการจัดการสินค้าคงคลัง และต้นทุนการขนส่ง ประสิทธิผลด้านคุณภาพและด้านการตอบสนองความต้องการของลูกค้า อยู่ในเกณฑ์สูงเกินกว่าร้อยละ 80 ด้านเวลาอยู่ในเกณฑ์ปกติ มูลค่าเพิ่มของสินค้าและบริการอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรม ผลการวิเคราะห์สายธารคุณค่าพบว่า กิจกรรมที่ไม่เกิดคุณค่ามากที่สุดคือการจัดเก็บและกิจกรรมที่จำเป็นแต่ไม่ก่อให้เกิดคุณค่าคือการขนส่งเพราะใช้เวลามากทำให้ เกิดต้นทุนและมีผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์จำเป็นต้องมีการปรับปรุง30 119